9 อันดับสารอันตรายที่อยู่ในเครื่องสำอาง

9 อันดับสารอันตรายที่อยู่ในเครื่องสำอาง

เครื่องสำอาง สกินแคร์ หรือครีม นั้นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้หญิง เพราะความสวยความงามนั้นเป็นสิ่งที่ผู้หญิงเกือบทุกคนปรารถนา สิ่งทำให้มีผู้สนใจที่อยากจะเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางหรือครีมกัน โดยการเลือกโรงงานรับผลิตเครื่องสำอาง หรือรับผลิตครีมนั้น จะต้องตรวจสอบความปลอดภัยของตัวโรงานกันหน่อย เพราะว่าถ้าเกิดผลิตเครื่องสำอางกับโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่มีความปลอดภัย อาจจะทำให้ผลิตภัณฑ์ของเรานั้นไม่ปลอดภัย เพราะอาจจะมีการแอบใส่สารอันตรายลงไปใน โดยในวันนี้เราจะมาอันดับสารอันตรายในเครื่องสำอางและครีมกัน ซึ่งมีดังต่อไปนี้

สเตียรอยด์

สเตียรอยด์ เป็นสารที่สามารถพบได้บ่อยในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า โดยจะช่วยให้ผิวหน้าของเรานั้นใสขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้สิวหายไว แต่ถ้าหากหยุดใช้สิวจะขึ้นเห่อมากกว่าเดิม หรือเกิดผิวแตกจนกลายเป็นรอยแดง อีกทั้งยังยับยั้งการเจริญเติบโตในเด็ก และทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานไม่สามารถควบคุมน้ำตาลในโรคได้

ปรอท

สารปรอท จะพบมากทั้งเครื่องสำอางหรือครีมบำรุงผิว โดยจะช่วยให้สีผิวดูขาวขึ้น ลดฝ้า กระ และลดสิวได้อย่างรวดเร็ว  แต่เมื่อหยุดใช้สีผิวจะคล้ำลงกว่าเดิมจนกลายเป็นสีปรอทหรือดำอมเทา และที่สำคัญยังเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินปัสสาวะและระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งถ้าเกิดอาการแพ้รู้สึกระคายเคืองอย่างรุนแรง

ตะกั่ว

ตะกั่ว พบได้มากในเครื่องสำอางโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับลิปสติก โดยสารตะกั่วนั้นจัดเป็นวัตถุที่ห้ามนำมาใช้ เพราะหากสารตะกั่วนั้นถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายของเราแล้วจะก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น อาหารปวดบิดในท้องอย่างรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยจะมีอาการร่วมกับอาการท้องผูก ถ่ายเป็นเลือด อาการซีด อ่อนแรง เนื่องจากเม็ดเลือดแดงนั้นถูกทำลายเร็วขึ้น และรวมไปถึงระบบประสาททั่วร่างกายผิดปกติ

พาราเบน

พาราเบน เป็นสารอันตรายที่มักจะใช้กับผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เครื่องสำอางรวมไปถึงโรลออนระงับกลิ่นกาย สามารถช่วยยับยั้งสิ่งสกปรกได้ดี แต่กลับง่ายต่อการสะสมในร่างกายและซึมเข้าสู้กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลอันตรายต่อสุขภาพและการตั้งครรภ์มากมายไม่ว่าจะเป็นโรคเรื้อรัง โรคมะเร็ง ความผิดปกติของพัฒนาการ เป็นต้น

สาร PVP

สาร PVP มีคุณสมบัติเป็นตัวทำละลาย โดยส่วนมากจะพบในน้ำยาสเปรย์จัดแต่งทรงผม มีลักษณะคล้ายกับกาว เป็นสารที่ทำให้เส้นผมเกิดการแข็งตัว สามารถเข้าสู้ร่างกายได้ทั้งการสูดดม และการแทรกซึมเข้าทางผิวหนัง ส่งผลให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน ผมร่วง และเกิดอาการแพ้หรืออักเสบบริเวณหน้าผาก ข้างหูและคอ

ไฮรโดรควิโนน

ไฮรโดรควิโนน มีคุณสมบัติในการช่วยฟอกสีผิว มีฤทธิ์ยับยั้งหรือกดระบวนการสร้างเม็ดสีของเซลล์  ทำให้ฝ้าจางลง ส่วนใหญ่จะถูกผสมเพื่อใช้เป็นครีมรักษาฝ้า แต่ถ้าหากใช้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจจะส่งผลให้เกิดการระคายเคือง สีผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวดำคล้ำขึ้นจนกลายเป็นฝ้าถาวรที่ไม่สามารถรักษาได้และหน้าบางไวต่อแสงแดด

เรติโนอิก

กรดเรติโนอิก หรือที่หลายคนรู้จักกันอย่าง กรดวิตามินเอ เป็นกรดที่จะต้องขึ้นทะเบียนเป็นยาเท่านั้น ใช้สำหรับการผลิตครีมต่าง ๆ  ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว  กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดไขมันบนผิวหนัง พบได้ในยารักษาสิว ซึ่งถ้าหากนำมาใช้เองอาจจะเกิดอาการผิวหนังลอกและเป็นผื่นแดงได้

โซเดียมซัลเฟต

โซเดียมซัลเฟต นั้นเป็นสารทำความสะอาดที่พบอยู่ในยาสระผม สบู่ หรือยาสีฟัน ซึ่งสารชนิดนี้สามารถเข้าแทรกซึมลงไปในชั้นผิวได้ถึง 5 – 6 มม. จะส่งผลให้เกิดอาการแพ้ ผิวหนังบางลง และทำให้สารพิษอื่น ๆ สามารถเข้าแทรกซึมสู่ผิวหนังของเราได้อย่างง่ายและมากขึ้น

มิเนอรัล ทัลค์

สามารถพบได้มากในแป้งฝุ่น อายแชโดว์ แป้งเด็กและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น ซึ่งถ้าหากเราเผลอสูดดมเข้าสู้ร่างกาย อาจจะส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคปอด มะเร็งปวด มะเร็งต่อมหมวกไตชนิดหายาก และจะมีโอกาสเกิดโรคมะเร็งรังไข่ถึง 30 – 60%

อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้น ว่าสารอันตรายเหล่านี้เมื่อเข้าไปอยู่ในเครื่องสำอาง แล้วเข้าสู้ร่างกายของคนเรานั้นจะสามารถเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง ดังนั้นสำหรับผู้คนที่นิยมซื้อเครื่องสำอาง ควรที่จะตรวจสอบให้แน่ใจเครื่องสำอางแล้วนั้นไม่มีการใส่สารอันตราย โดยวิธีง่าย ๆ อย่างการเช็คเลข อย.  ส่วนเจ้าชองแบรนด์เครื่องสำอางก็ควรตรวจสอบโรงงานผลิตเครื่องสำอางได้ดีว่ามีมาตรฐานรับรองไหม ปลอดภัยจริงหรือเปล่า เพื่อความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ของเรา