9 เหตุการณ์ลืมไม่ลงแห่งการประกวด Miss Universe

9 เหตุการณ์ลืมไม่ลงแห่งการประกวด Miss Universe

ก่อนอื่นเราก็ต้องขอแสดงความยินดีกับ Andrea Meza นางงามจากประเทศเม็กซิโก ผู้คว้ามงกุฎ Miss Universe 2020 ไปได้เมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งประกวดนางงามอย่างเวที Miss Universe หรือ นางงามจักรวาลที่ได้ชื่อว่าเป็นเวทีที่ทรงเกียรติ และเป็นที่ปรารถนาของสาวงามทั่วโลก ซึ่งในปีนี้นางงามจากประเทศไทยอย่าง Amanda Obdam ก็ได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่จนสามารถผ่านเข้าไปถึงรอบ 10 คนสุดท้าย แต่พลาดโอกาสเข้าสู่รอบ 5 คนสุดท้ายอย่างน่าเสียดาย

เมื่อพูดถึงเวทีประกวดอย่าง Miss Universe ที่มีการจัดมาอย่างยาวนานจนถึงครั้งที่ 69 ย่อมมีเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย และบางเหตุการณ์ก็เป็นเหตุการณ์ที่แฟนนางงามทั่วโลกไม่สามารถลืมได้ ดังนั้นวันนี้เราจึงได้รวบรวมเอา 9 เหตุการณ์ที่ลืมไม่ลงมาฝากกัน ซึ่งจะมีเหตุการณ์อะไรบ้างนั้น เราไปดูพร้อมกันเลย

Miss Universe คนแรกและคนเดียวที่สละมงกุฎ

Miss Universe ปี 2002 นางงามจากประเทศรัสเซียอย่าง Oxana Fedorova ปฏิบัติภารกิจในฐานะนางงามจักรวาลได้เพียง 4 เดือนเท่านั้น ด้วยความกดดันและปัญหารอบตัวต่าง ๆ ที่เธอมีในเวลานั้นทำให้ Oxana ตัดสินใจขอลาออกจากตำแหน่งก่อนจะครบวาระ 1 ปี

เธอคือนางงามจักรวาลคนแรกและคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ขอสละมงกุฎ หลังจากนั้นกองประกวดจึงแต่งตั้ง Justine Pasek นางงามรองอันดับ 1 จากประเทศปานามาขึ้นเป็น Miss Universe แทน จึงทำให้มีนางงามจักรวาลในปีนั้นถึง 2 คน

มีชาติเดียวที่สามารถครองมงกุฎได้ถึง 2 ปีซ้อน

ย้อนไปที่การประกวด Miss Universe ปี 2008 นางงามจากประเทศเวเนซุเอลา Dayana Mendoza คว้ามงกุฎนางงามจักรวาลไปครอง ถัดมาในปี 2009 ผู้เข้าประกวด Stefanía Fernández จากประเทศเดียวกันคว้ามงกุฎไปครองอีกครั้งในปีติด ๆ กัน ซึ่งในประวัติศาสตร์การประกวดไม่เคยมีชาติใดที่สามารถครองมงกุฎถึง 2 ปีซ้อน

Miss Universe คนเดียวที่ไม่ได้มาอำลาตำแหน่ง

ในช่วงการประกวด Miss Universe ปี 1972 จัดขึ้นที่เกาะเปอร์โตริโก ซึ่งเป็นการจัดการประกวดนอกสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองและมีข่าวการขู่ลอบวางระเบิดแพร่สะพัดไปทั่ว ทำให้การประกวดนางงามในปีนั้นเป็นไปด้วยความรัดกุม ส่งผลให้นางงามปีก่อนอย่าง Georgina Rizk นางงามจักรวาลจากเลบานอน ซึ่งเป็นประเทศที่มีศัตรูรอบด้านไม่สามารถเดินทางมาอำลาตำแหน่งตามธรรมเนียมปฏิบัติได้ ด้วยเหตุผลในเรื่องความปลอดภัย

ประกาศผลผิดครั้งเดียวในประวัติศาสตร์

รอบสุดท้ายของ Miss Universe 2015 สตีฟ ฮาร์วีย์ พิธีกรผู้ดำเนินรายการประกวดในปีนั้นประกาศผู้ครองมงกุฎมิสยูนิเวิร์สให้เป็นของโคลัมเบีย จากนั้นจึงมีการประกาศต่อว่าเป็นการผิดพลาดเนื่องจากแท้จริงแล้วมิสฟิลิปปินส์คือผู้ครองมงกุฎตัวจริง

ทำให้ Pia Wurtzbach นางงามจักรวาลในปีนั้นพลาดโมเมนต์สำคัญที่เรียกกันว่า Crowning Moment ในวินาทีคว้าชัย ซึ่งหลายคนเชื่อว่าเป็นเพียงการจัดฉากเพื่อสร้างกระแสให้กับกองประกวดเท่านั้น เนื่องจากปี 2015 เป็นปีแรกที่ William Morris Endeavor เข้ามารับกิจการมิสยูนิเวิร์สต่อจากโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้อำนวยการกองประกวดคนก่อนที่ขายกิจการเพื่อเข้าสู่แวดวงการเมืองอย่างเต็มตัว

นางงามจักรวาลกลางพฤษภาทมิฬ

ในเดือนพฤษภาคมปี 1992 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประกวด Miss Universe เป็นครั้งแรก แต่การประกวดในครั้งนั้นดันไปคาบเกี่ยวกับช่วงเหตุการณ์ชุลมุนทางการเมืองอย่างพฤษภาทมิฬพอดีเป๊ะ ในขณะที่ถนนราชดำเนินเต็มไปด้วยขบวนประท้วงและความรุนแรง เมื่อตัดภาพไปที่ด้านในของศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เหล่าสาวงามกำลังประกวด Miss Universe รอบสุดท้ายกันอย่างเข้มข้น ซึ่งเมื่อสื่อต่าง ๆ ไปจ่อไมค์ถามนางงามทั้งหลายพวกเธอก็ได้แต่ตอบว่า “I don’t know”

เหตุการณ์ฟ้องร้องเปลี่ยนมงกุฎ

นับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมาบริษัทผู้ผลิตเพชรยักษ์ใหญ่อย่าง D.I.C หรือ Diamonds International Corporation ขอเซ็นสัญญาเป็นสปอนเซอร์ผู้ทำมงกุฎให้กับกองประกวด Miss Universe เป็นเวลา 10 ปี ซึ่งหลายคนจะจำได้ดีจากมงกุฎอันโด่งดังของ Pia Wurtzbach เมื่อครั้งประกาศผลผิดในปี 2015 เป็นมงกุฎที่มีมูลค่ามหาศาลราว ๆ 300,000 เหรียญ หรือราว ๆ 10 ล้านบาท

ตามกฎของกองประกวดเมื่อนางงามจักรวาลดำรงตำแหน่งครบ 1 ปีและพ้นตำแหน่งแล้ว นางงามจะต้องคืนมงกุฎให้กับกองประกวดเก็บรักษาไว้ และบริษัทผู้ผลิตมงกุฎจะต้องผลิตมงกุฎขนาดจำลองให้กับนางงามเก็บไว้เป็นที่ระลึก แต่ความขัดแย้งระหว่าง D.I.C และกองประกวดเกิดขึ้นเมื่อ D.I.C ไม่ยอมผลิตมงกุฎขนาดจำลองให้กับนางงาม ส่งผลให้นางงามในปี 2014-2016 ไม่มีมงกุฎจำลองเก็บไว้ชื่นชม กองประกวดจึงยื่นฟ้องขอเลิกใช้มงกุฎของ D.I.C อย่างถาวร และหากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าในปี 2017 กองประกวดกลับมาใช้มงกุฎของ Mikimoto ซึ่งเป็นมงกุฎไข่มุกที่มีมูลค่าถึง 250,000 เหรียญ สวมให้กับ Miss Universe จากแอฟริกาใต้แล้ว ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่กองประกวดลงทุนยื่นฟ้องสปอนเซอร์

Miss Universe ผิวสีคนแรกของโลก

ย้อนไปที่การประกวดนางงามปี 1977 Janelle Commissiong เป็นนางงามผิวสีคนแรกที่ได้รับตำแหน่ง Miss Universe ในยุคที่สังคมยังปิดกั้นเรื่องสีผิว เชื้อชาติ และเพศ การครองมงกุฎของเธอจึงเปรียบเสมือนใบเบิกทางของสาวผิวสีทั่วโลกบนเวที Miss Universe

Miss Universe ผิวสี 2 ปีซ้อน

หลังจากที่ Wendy Fitzwilliam นางงามจักรวาลผิวสีจาก Trinidad & Tobago ครองมงกุฎในปี 1998 ทั่วโลกกำลังหลงเชื่อว่าคงอีกนานกว่าเราจะได้นางงามจักรวาลผิวสีอีกคน แต่กองประกวดได้สร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้ชมทั่วโลกเมื่อนางงามผิวสีคนก่อนสวมมงกุฎให้กับนางงามจักรวาลคนใหม่อย่าง Mpule Kwelagobe จาก Botswana ซึ่งเป็นนางงามผิวสีเช่นกัน

ไฟดับตอนประกาศผล

เมื่อครั้งประกวด Miss Universe ปี 1972 ที่เปอร์โตริโก้ สัญญาณการถ่ายทอดเป็นไปด้วยดีมาโดยตลอด แต่เมื่อถึงเวลาของการประกาศผล 5 คนสุดท้ายไฟฟ้าเกิดดับทำให้สัญญาณภาพขัดข้อง เมื่อตัดภาพกลับมาอีกทีนางงามจักรวาลในปีนั้นคือ Kerry Anne Wells ก็ครองมงกุฎและเดินโบกมือตามประเพณีเป็นที่เรียบร้อย แต่ภายหลังมีข่าวว่าสำนักข่าวของฮ่องกงสามารถบันทึกเทปเอาไว้ได้ จึงมีภาพออกมาให้ชมในหลายปีให้หลัง

แหล่งที่มา : www.vogue.co.th